Table of Content

บทนำ

DCA คืออะไร? เทียบชัดๆ ออมเงินแบบ DCA กับฝากธนาคาร แบบไหนดีกว่ากัน

Phillip

1 min read

  • 22 DEC 2025
  • Table of Content

    บทนำ

    สรุปสำหรับคนรีบ: DCA vs ออมทรัพย์ ใครชนะ?

    สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่กำลังมองหาวิธีออมเงินให้งอกเงย บทความนี้จะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนระหว่างสองทางเลือกยอดนิยม:

    • ออมในบัญชีออมทรัพย์: ปลอดภัยสูง เงินต้นไม่หาย แต่ผลตอบแทนต่ำมาก (เฉลี่ย 0.25% – 0.5% ต่อปี) แทบไม่ชนะเงินเฟ้อ
    • ออมแบบ DCA ในกองทุน/หุ้นมีโอกาสสร้าง DCA ผลตอบแทน ที่สูงกว่ามากในระยะยาว แต่ก็มาพร้อมกับ ความเสี่ยง ซึ่งหมายความว่ามูลค่าเงินลงทุนของคุณอาจลดลงต่ำกว่าเงินต้นได้ในบางช่วงเวลา

    บทสรุปคือ: หากต้องการสภาพคล่องและรับความเสี่ยงไม่ได้เลย บัญชีออมทรัพย์ คือคำตอบ แต่ถ้าคุณต้องการสร้างความมั่งคั่งในอนาคต การเริ่มต้นลงทุนแบบ DCA คือทางเลือกที่น่าสนใจกว่าอย่างยิ่ง ในกรณีที่คุณเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนได้

    DCA-cov-03.jpg

    มนุษย์เงินเดือนกับทางสองแพร่งของการลงทุนออมในบัญชีออมทรัพย์

    ในยุคที่ข้าวของแพงขึ้นทุกวัน การ “ออมเงิน” ถือเป็นความท้าทายของชาวมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ วิธีที่ง่ายและคุ้นเคยที่สุดคงหนีไม่พ้นการฝากเงินไว้ใน บัญชีออมทรัพย์

    ข้อดีที่ใครๆ ก็ชอบคือมัน ปลอดภัย เงินต้นอยู่ครบ แถมยังมี สภาพคล่องสูง อยากใช้เมื่อไหร่ก็ถอนได้ทันที แต่สิ่งที่เรามักลืมไปคือข้อเสียสำคัญ นั่นคือ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก ซึ่งทำให้มูลค่าเงินของเราไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น

    ลองดูตัวอย่างผลตอบแทนการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์แบบง่ายๆ:
     ถ้าคุณเก็บเงินเดือนละ 3,000 บาทในบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยประมาณ 0.3% ต่อปี ผ่านไป 10 ปี คุณจะมีเงินต้น 360,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอีกประมาณ 5,400 บาท รวมเป็น 365,400 บาท โดยประมาณ

    จะเห็นว่าเงินงอกเงยขึ้นน้อยมาก และเมื่อเจอกับภาวะเงินเฟ้อ ก็เท่ากับว่า “กำลังซื้อ” ของเงินก้อนนี้ลดลงไปอีก

    เปิดโลกของการลงทุนแบบ DCA ที่เป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

    เมื่อการออมแบบเดิมๆ อาจไม่พออีกต่อไป หลายคนจึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ และนั่นคือที่มาของคำว่า DCA

    DCA ย่อมาจาก Dollar-Cost Averaging หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด มันคือ กลยุทธ์การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยเราจะทยอยลงทุนเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอ (เช่น ทุกเดือน) โดยไม่ต้องสนใจว่าราคาของสินทรัพย์ ณ เวลานั้นจะขึ้นหรือลง

    อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่า DCA เป็นเพียง ‘วิธีการ’ ลงทุนที่ช่วยลด ความเสี่ยง จากการเข้าลงทุนผิดจังหวะ แต่มันไม่ได้การันตีผลตอบแทน และไม่ได้ขจัดความเสี่ยงทั้งหมดออกไป

    การลงทุน DCA ผลตอบแทนต่างกันแค่ไหน ในระยะยาวเทียบหมัดต่อหมัด ออม 3,000 บาท 10 ปี 

    เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราลองมาเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างการออมเงิน 3,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 10 ปีเท่ากัน ระหว่างสองวิธีนี้

    • ออมในบัญชีออมทรัพย์: ได้เงินรวมประมาณ 365,400 บาท
    • ออมแบบ DCA ในกองทุนรวมหุ้น: สมมติว่าได้ DCA ผลตอบแทน เฉลี่ย 7% ต่อปี

    เมื่อครบ 10 ปี เงินลงทุนของคุณจะเติบโตเป็นประมาณ 518,000 บาท!

    ด้วยวิธีการนี้ คุณจะมีเงิน มากกว่าการฝากออมทรัพย์ถึงราว 150,000 บาท นี่คือพลังของการลงทุนระยะยาวที่ช่วยให้เงินทำงานและสร้างผลตอบแทนทบต้น แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่การลงทุนอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานานจะช่วยลดความผันผวนลงได้

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 7% นี้คือ ตัวเลขสมมติ ค่าเฉลี่ยในระยะยาว ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้ 7% ทุกปีนะครับ ในความเป็นจริง การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงและความผันผวน บางปีตลาดอาจจะดีมากให้ผลตอบแทน 15-20% แต่บางปีก็อาจจะติดลบได้เช่นกัน นี่คือ ความเสี่ยง ที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจและยอมรับให้ได้ก่อนตัดสินใจลงทุน

    เริ่มต้นไม่ยากหุ้นและกองทุนที่เหมาะกับการ DCA  เพื่อเปิดโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจ

    ข่าวดีคือการทำ DCA ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี ลองดูตัวเลือกยอดนิยมเหล่านี้

     

    กองทุนรวมดัชนี SET50 (SET50 Index Fund)

    • ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ 50 บริษัทแรกของไทย กระจายความเสี่ยงได้ดี เหมาะสำหรับเป็นกองทุนแรกในการเริ่มต้น

     

    กองทุนหุ้นทั่วโลก (Global Equity Fund)

    • สำหรับใครที่อยากโกอินเตอร์ การลงทุนใน กองทุนหุ้นทั่วโลก จะช่วยกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดต่างประเทศ

     

    กองทุนผสม (Mixed Fund)

    • ลักษณะ: ผสมผสานระหว่าง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” เหมาะกับคนที่อยากได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก แต่ก็ยังไม่อยากเสี่ยงมากนัก

     

    หุ้นปันผลคุณภาพดี (Dividend Stock)

    • ลักษณะ: เลือกออมในหุ้นของบริษัทพื้นฐานดีที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ
    rows-money-coins-stacks-with-dca-word-wooden-cube-growing-tree-top-candlestick-charts-garden-sunshine-day-background-cost-averaging-investment-strategy-economic-concept.jpg

    เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเราออมทรัพย์ปลอดภัย แต่ DCA มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากกว่า

    เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองดูตารางสรุปนี้กันอีกครั้ง

    วิธีออมความเสี่ยงผลตอบแทนโดยเฉลี่ยเหมาะกับใคร
    บัญชีออมทรัพย์ต่ำมาก0.25% – 0.5% ต่อปีผู้ที่ต้องการสภาพคล่องสูง หรือรับ ความเสี่ยง ไม่ได้เลย
    DCA ในกองทุน/หุ้นปานกลาง-สูง5% – 10% ต่อปีมนุษย์เงินเดือนที่ยอมรับ ความเสี่ยง ได้ และต้องการให้เงินงอกเงยในระยะยาว

    อย่าปล่อยให้เงินลงทุนของคุณอยู่นิ่งเริ่มต้นสร้างความมั่งคั่งได้วันนี้

    สุดท้ายแล้ว ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ เงินที่ไม่ถูกลงทุน คือเงินที่กำลังสูญเสียโอกาส

    อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น ลองศึกษาและแบ่งเงินส่วนเล็กๆ มาเริ่มทำ DCA เดือนละไม่กี่พันบาท เพื่อเปลี่ยนเงินออมธรรมดาให้กลายเป็นเงินเก็บที่งอกงามในอนาคต ที่สำคัญที่สุดคือ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ควรเริ่มต้นจากความเข้าใจและเลือกเส้นทางที่เหมาะกับเป้าหมายและใจของเราจริงๆ ครับ

    เริ่มต้นก้าวแรกการลงทุนของคุณ ผ่านวิธีการ DCA ได้อย่างสบายใจ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผ่านแอปพลิเคชัน POCKET ที่ให้คุณเริ่ม DCA หุ้นไทย หุ้นสหรัฐฯ และกองทุนรวม ได้ด้วยเงินเพียง 500 บาทต่อเดือน เริ่มโหลดแล้วลงทุนเลยที่ https://pocket.phillip.co.th/get-app รองรับทั้ง App Store และ Google Play Store

    หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา ที่พร้อมดูแลุณในตลาดเส้นทางการลงทุนได้โดยตรงที่เบอร์ 02-153 9221 และ Line Official: @phillipdc เพื่อให้ทุกเป้าหมายการลงทุนของคุณเป็นจริง

    *การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”

    TAGS: