เพื่อนๆ ชาวออฟฟิศเคยรู้สึกไหมครับว่าเงินเดือนออกทีไรก็ดีใจได้ไม่นาน พอถึงปลายเดือนกลับต้องมานั่งกุมขมับกับคำถามที่ว่า “เงินหายไปไหนหมด?” หรือ “เหลือเงินเก็บสิ้นเดือนทำอย่างไร?” ในยุคที่ค่าครองชีพในเมืองพุ่งสูงไม่หยุด ทำให้การ ออมเงิน ดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับ มนุษย์เงินเดือน หลายคน แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะการ วางแผนการเงิน ที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก การออมเงินเป็นนิสัยที่สำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน
บทความนี้จะเปลี่ยนเรื่องซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย ชวนคุณมาดู วิธีเก็บเงินแบบมนุษย์เงินเดือน ที่ทำได้จริง ไม่ต้องฝืนไลฟ์สไตล์ และยังใช้ชีวิตแบบคนเมืองได้เต็มที่เหมือนเดิม การวางแผนการเงินที่ดีเป็นการดูแลกับตัวเองในอนาคต การวางแผนการเงินของตัวเองจะช่วยให้คุณควบคุมอนาคตทางการเงินได้ดีขึ้น บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจวิธีเก็บเงินได้ง่ายขึ้น
สรุปสำหรับคนรีบ: 5 เทคนิคเก็บเงินง่ายๆ ที่ทำได้จริง
สำหรับใครที่ไม่มีเวลาอ่านยาวๆ นี่คือหัวใจสำคัญของการ ออมเงิน ฉบับ มนุษย์เงินเดือน ที่คุณเริ่มทำได้ทันที:
- จ่ายให้ตัวเองก่อน: หักเงิน 10-20% เข้าบัญชีเงินออมทันทีที่เงินเดือนเข้า
- แยกบัญชี: แบ่งบัญชีเป็น 3 ส่วนชัดเจน คือ ใช้จ่าย, เงินออมฉุกเฉิน, และ การลงทุน
- ล่ารายจ่ายแฝง: สำรวจและตัดค่าสมาชิกหรือบริการที่ไม่จำเป็นทิ้งไป
- ใช้ระบบอัตโนมัติ: ตั้งค่าโอนเงินอัตโนมัติเข้าบัญชีออมทุกเดือน ไม่ต้องใช้พลังใจ
- ตั้งเป้าหมาย: กำหนดเป้าเงินเก็บที่ชัดเจน เพื่อให้รู้ว่าต้องออมเดือนละเท่าไหร่

ทำไมมนุษย์เงินเดือนยุคใหม่ถึงเก็บเงินได้ยากขึ้น
หลายคนอาจคิดว่าปัญหาเกิดจากรายได้ไม่พอ แต่ความจริงแล้วต้นตอสำคัญคือ “การไม่มีระบบ วางแผนการเงิน ที่ดีพอ” ครับ เรามักจะเสียเงินไปกับรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูไม่เยอะในแต่ละครั้ง แต่เมื่อรวมกันตอนสิ้นเดือนก็กลายเป็นเงินก้อนโตได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นค่ารถไฟฟ้า, ค่ากาแฟแก้วโปรด, หรือค่าสมาชิกแอปที่สมัครไว้แล้วลืม เมื่อไม่มีการวางแผนที่ดี เงินจึงไหลออกไปอย่างเงียบๆ จนเราไม่รู้ตัว ทั้งที่ตั้งใจว่าจะ เก็บเงินทุกเดือน
5 วิธีเก็บเงินแบบมนุษย์เงินเดือน ทำได้จริง ไม่ต้องอด!
มาถึงเคล็ดลับสำคัญและ เทคนิคออมเงินให้ได้ผล ที่จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บแบบสบายๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์จนอึดอัดกันดีกว่าครับ
1. เทคนิค “จ่ายให้ตัวเองก่อน” (Pay Yourself First)
นี่คือกฎเหล็กข้อแรกและสำคัญที่สุดของการ ออมเงิน ครับ แทนที่จะรอใช้เงินเหลือแล้วค่อย เก็บเงิน ให้เปลี่ยนมาหักเงินเก็บทันทีที่เงินเดือนเข้าบัญชี อย่างน้อย 10–20% ของรายได้
- ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีรายได้ 30,000 บาท ให้ตั้งโอนเงิน 3,000–6,000 บาทไปเก็บในบัญชีแยกต่างหากทันที นี่คือ เทคนิคออมเงินให้ได้ผล ที่เป็นการการันตีว่าคุณจะมีเงินออมในทุกๆ เดือนแน่นอน
2. แยกบัญชีให้ชัด: ใช้–เก็บ–ลงทุน
การมีบัญชีเดียวสำหรับทุกอย่างคือหายนะของการ ออมเงิน ครับ ลองแบ่งบัญชีตามวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมการเงินและตอบคำถามได้ว่า “เหลือเงินเก็บสิ้นเดือนทำอย่างไร” ได้จริง
- บัญชีใช้จ่ายประจำ: สำหรับเงินเดือนและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
- บัญชีเงินเก็บฉุกเฉิน: สำหรับเก็บเงินสำรอง 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน ห้ามถอนออกมาใช้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
- บัญชีลงทุน: สำหรับต่อยอดเงินให้งอกเงยผ่าน การลงทุน เช่น การซื้อกองทุนรวมแบบถัวเฉลี่ย (DCA) ทุกเดือน
3. ล่ารายจ่ายแฝง: ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น
ลองใช้เวลาทบทวนรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 1-2 เดือน คุณอาจจะตกใจกับ “รายจ่ายแฝง” ที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน แค่ตัดรายจ่ายเหล่านี้ออกไปบางส่วน แล้วโยกเงินนั้นไปเป็นเงิน ออมเงิน แทน คุณอาจมีเงิน เก็บเงิน เพิ่มขึ้น 1,000–2,000 บาทต่อเดือนแบบไม่ทันรู้ตัวเลยครับ
4. ให้เทคโนโลยีช่วย: ตั้งค่าตัดเงินอัตโนมัติ
วินัยคือสิ่งสำคัญ แต่บางครั้งเราก็มีเรื่องให้ลืมได้ ดังนั้น วิธีสร้างเงินเก็บก้อนแรก ที่ได้ผลดีที่สุดคือการใช้ระบบอัตโนมัติ (Auto Transfer) ตั้งค่าให้ธนาคารตัดเงินจากบัญชีใช้จ่ายเข้าบัญชี ออมเงิน หรือบัญชี การลงทุน ของคุณในทุกๆ เดือน การ ออมเงิน ที่ “ไม่ต้องตัดสินใจ” คือระบบสร้างวินัยที่ดีที่สุดครับ
5. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน: คำตอบของคำถาม “ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่?”
การ ออมเงิน แบบไร้จุดหมายก็เหมือนกับการวิ่งมาราธอนโดยไม่มีเส้นชัย มันทำให้เราหมดกำลังใจได้ง่ายๆ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยตอบคำถามว่า “เงินเก็บเท่าไหร่ถึงพอ” และทำให้คุณรู้ว่า ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่ เพื่อให้การ วางแผนการเงิน เป็นรูปธรรมมากขึ้น
- ตัวอย่าง: หากคุณอยากมีเงินเก็บ 100,000 บาทแรกใน 1 ปี ก็เท่ากับว่าคุณต้อง เก็บเงิน ให้ได้เดือนละประมาณ 8,300 บาท เมื่อเห็นตัวเลขที่ชัดเจน คุณจะรู้ว่าต้องปรับแผนการใช้เงินอย่างไรเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ

เพิ่มรายได้เสริม: ทางเลือกใหม่ของมนุษย์เงินเดือน
ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ การมีรายได้ทางเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการมีเงินเก็บหรือเงินออมที่มั่นคง การมองหาช่องทางเพิ่มรายได้เสริมจึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากมีเงินเก็บมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับงานฟรีแลนซ์ งานออนไลน์ ขายของผ่านโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่การรับจ๊อบเล็กๆ น้อยๆ หลังเลิกงาน ล้วนเป็นวิธีที่ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่กระทบกับงานประจำ
การมีรายได้เสริมยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เพราะนอกจากจะช่วยให้มีเงินเก็บมากขึ้นแล้ว ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และขยายเครือข่ายทางอาชีพอีกด้วย หากคุณวางแผนการเงินอย่างเหมาะสมและใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ รายได้เสริมเหล่านี้จะกลายเป็นเงินออมก้อนโตในอนาคต และช่วยให้เป้าหมายทางการเงินของคุณเป็นจริงได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างแผนออมเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูตัวอย่างการจัดสรรรายได้ตามวิธีเก็บเงิน มนุษย์เงินเดือน นี้ได้เลยครับ
| รายได้ต่อเดือน | เป้าหมายเงินเก็บต่อเดือน | วิธีจัดสรรรายได้ |
| 20,000 บาท | 2,000 บาท | หักเก็บอัตโนมัติ 1,500 บาท + การลงทุน DCA 500 บาท |
| 30,000 บาท | 4,000 บาท | แยกบัญชีใช้-เก็บ-ลงทุน และลดค่ากาแฟ/เดลิเวอรี |
| 50,000 บาท | 8,000 บาท | ตั้งเป้า เก็บเงิน 100,000 บาท/ปี และ การลงทุน เพิ่ม |
บทสรุป: เริ่มต้นวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้
วิธีเก็บเงิน มนุษย์เงินเดือน ไม่ได้หมายถึงการต้องประหยัดสุดโต่งหรือเลิกใช้ชีวิตแบบที่ชอบ แต่หัวใจของมันคือ “การวางระบบให้เงินทำงานแทนเรา”ด้วยการจ่ายให้ตัวเองก่อน, แยกบัญชีให้ชัด, ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น, ใช้ระบบอัตโนมัติ, และมีเป้าหมายที่จับต้องได้
ไม่ต้องรอให้พร้อม ไม่ต้องรอให้มีรายได้เยอะกว่านี้ เริ่มต้น วางแผนการเงิน จากก้าวเล็กๆ ได้เลยตั้งแต่วันนี้ แล้วคุณจะพบว่า วิธีสร้างเงินเก็บก้อนแรก และการไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่ต้องการนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปครับ
เริ่มต้นวางแผนการเงินของคุณ กับบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผ่านแอปพลิเคชัน POCKET ที่ให้คุณเริ่ม DCA หุ้นไทย หุ้นสหรัฐฯ และกองทุนรวม ได้ด้วยเงินเพียง 500 บาทต่อเดือน เริ่มโหลดแล้วลงทุนเลยที่ https://pocket.phillip.co.th/get-app รองรับทั้ง App Store และ Google Play Store
หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนของเราได้โดยตรงที่เบอร์ 02-153-9221และ Line Official: @phillipdc เพื่อให้เราเป็น “เพื่อนร่วมทางการลงทุน” ของคุณ
