กองทุนเชิงรุก VS เชิงรับ: คืออะไร กองไหนดีกว่า (1)

นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า

กองทุนแบบไหนที่เหมาะกับคุณครับ

จะเป็นกองทุนเชิงรุก (Active Fund) ที่เน้นลงทุนให้สร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาด โดยใช้ทักษะฝีมือของผู้จัดการกองทุนมาเป็นตัวตัดสิน ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้ง่ายตามสภาวะของตลาด ไม่ว่าจะผันผวน ขาลง หรือช่วง Sideways เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความผันผวนและความเสี่ยงได้สูง

หรือเป็นกองทุนเชิงรับ (Passive Fund) ที่เน้นลงทุนตามดัชนีตลาด เช่น SET50 กองทุนก็จะลงทุนหุ้นทุกตัวตาม SET 50 แสดงว่าผลตอบแทนที่ได้ก็ใกล้เคียงกับดัชนีตลาด ข้อดีของกองทุนนี้คือค่าธรรมเนียมจะต่ำกว่า เพราะซื้อขายน้อยกว่า และไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างผู้จัดการกองทุนที่เก่งกาจมาทำหน้าที่คัดเลือกหุ้นที่จะเข้าซื้ออีกด้วย ส่วนข้อเสียก็คือ เมื่อตลาดมีความผันผวนลดลง ผลตอบแทนที่ได้รับก็จะลดลงไปด้วยตามสภาพตลาดกองทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงไม่ค่อยได้ ต้องการสร้างผลตอบแทนระยะยาว

แต่คุณทราบไหมครับว่า การเลือกลงทุนในกองทุนเชิงรับ โดยเฉพาะที่มีค่าธรรมเนียมกองทุนต่ำๆ นั้น จะช่วยสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าเสียเวลาไปเลือกหากองทุนเชิงรุก ที่ต้องอาศัยโชค หากองทุนที่ทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดหุ้นซึ่งมีอยู่น้อยมากๆ

กองทุนเชิงรับดีกว่าอย่างไร?

ซึ่งตามสถิติที่ผลเคยเขียนไว้ในบทความ “ทำไมคนถึงขาดทุนจากตลาดหุ้น” จะพบว่า คนที่พยายามจะซื้อขายหุ้นบ่อยๆ เพื่อหวังจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดหุ้นนั้น สุดท้ายแล้วผลตอบแทนที่ได้รับจะแย่กว่าตลาดหุ้นเสมอๆ

สิ่งที่น่าสนใจ คือ 90% ของนักลงทุน (รวมผู้จัดการกองทุนมืออาชีพด้วย) ทำผลตอบแทนได้แย่กว่าผลตอบแทนตลาดหุ้นในระยะยาว

แสดงว่า 90% ของกองทุนเชิงรุกในปัจจุบัน ที่คาดหวังว่าผู้จัดการกองทุนจะเลือกหุ้นที่ทำผลตอบแทนได้ดีนั้น ในความเป็นจริงแล้ว กลับทำผลตอบแทนได้แย่กว่ากองทุนเชิงรับที่ตามดัชนีตลาด ไม่ต้องมีคนมาเลือกหุ้นเองเสียอีกครับ ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็น่าจะมาจาก ค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุน ที่ค่อนข้างสูงนั่นเอง เพราะยิ่งผู้จัดการกองทุนพยายามซื้อขายหุ้นบ่อยมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้กองทุนเสียค่าใช้จ่ายเยอะขึ้นเท่านั้น


บทพิสูจน์เปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนระหว่าง กองทุนเชิงรุกและกองทุนเชิงรับ

ทางเลือกลงทุนแบบ PASSIVE