DCA คืออะไร? ทำไมถึงเป็นวิธีที่ทำให้เรา ออมหุ้น เดือนละ 1000 บาท ได้
เคยรู้สึกไหมครับว่าอยากลงทุน แต่ก็มีเงินจำกัด ถ้าคำตอบคือ “ใช่” DCA คือวิธีการลงทุนที่เหมาะกับคุณโดยการลงทุนแบบ DCA ควรเป็นไปตามแผนหรือกลยุทธ์ที่วางไว้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นักลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนในหุ้นด้วยเงินเพียง 1,000 บาทต่อเดือน
ถอดรหัส DCA (Dollar-Cost Averaging): การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยคืออะไร?
เห็นชื่อยาวๆ แบบนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจนะครับ เพราะหลักการของ DCA นั้นเรียบง่าย เพราะเปรียบเสมือนการ ‘หยอดกระปุก’ ซื้อหุ้นตัวเดิมๆ ด้วยเงินจำนวนเท่าๆ กันทุกเดือน (เช่น 1,000 บาท) ในวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยไม่สนใจว่าตอนนั้นราคาหุ้นจะขึ้นหรือลง ว่าการลงทุนแบบ DCA คือการลงทุนในหุ้นทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ
- ถ้าเดือนไหนหุ้นราคาถูก: เงิน 1,000 บาทของเราก็จะซื้อหุ้นได้จำนวนเยอะขึ้น
- ถ้าเดือนไหนหุ้นราคาแพง: เงิน 1,000 บาทของเราก็จะซื้อหุ้นได้จำนวนน้อยลง
พอทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต้นทุนค่าหุ้นของเราจะถูก “ถัวเฉลี่ย” กันไป ทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงซื้อหุ้นทั้งหมดในราคาที่แพงเกินไปนั่นเองครับ (สำหรับคำจำกัดความแบบเป็นทางการ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
5 ข้อดีของการ DCA หุ้น ที่นักลงทุนมือใหม่ต้องรู้
- ไม่ต้องนั่งเฝ้าจอ ไม่ต้องจับจังหวะตลาด : แค่เพียงคุณตั้งค่าลงทุนอัตโนมัติ แล้วปล่อยให้ระบบทำงานไป
- ใช้เงินน้อยก็เริ่มได้: แค่มีเงิน 1,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถเป็นเจ้าของหุ้นในกิจการที่ดีๆ ได้แล้ว
- สร้างวินัยการลงทุน: การหักเงินไปลงทุนทุกเดือน คือการบังคับตัวเองให้ออมและลงทุนไปในตัว
- ลดความเครียดและความผันผวนจากตลาด: การทยอยลงทุนช่วยลดความเสี่ยงจากการติดดอย (ซื้อหุ้นตอนราคาแพงสุด) ได้เป็นอย่างดี
- มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจาก DCA ที่ดีในระยะยาว: พลังของดอกเบี้ยทบต้นจากการลงทุนสม่ำเสมอ สามารถทำให้เงินก้อนเล็กๆ ของเราเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อในอนาคต
ข้อเสียและข้อควรระวังของการ DCA
แน่นอนว่าทุกอย่างมีสองด้านเสมอ การทำความเข้าใจ ข้อดีข้อเสีย DCA จะช่วยให้เราลงทุนได้อย่างสบายใจมากขึ้น โดยข้อควรระวังก็คือ ในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นตลอดเวลา การซื้อหุ้นทีเดียวทั้งก้อนอาจให้ผลตอบแทนดีกว่า แต่ใครจะรู้ว่าตลาดจะเป็นขาขึ้นไปจนถึงตอนไหน? นอกจากนี้ การ DCA อาจเห็นผลช้าในช่วงแรกๆ ต้องอาศัยความอดทนและมีวินัยในการออมหุ้นอย่างสูงครับ

[Actionable Guide] เริ่มต้น DCA หุ้น เดือนละ 1,000 บาทต้องทำอย่างไร? (Step-by-Step)
วิธีเริ่มต้น DCA อย่างเป็นระบบ
ถึงแม้การลงทุนแบบ DCA จะไม่ซับซ้อน แต่ก็ต้องมีการวางแผนที่ดีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยคุณสามารถเริ่มต้นได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- กำหนดเป้าหมายการลงทุน
- ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ลงทุนเพื่ออะไร เช่น การเกษียณ สร้างความมั่งคั่ง หรือสะสมทรัพย์สินในอนาคต
- กำหนดระยะเวลาการลงทุน เช่น 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี เพื่อช่วยเลือกสินทรัพย์และกำหนดกลยุทธ์ให้เหมาะสม
- การเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสม
- เลือกสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว เช่น หุ้นของบริษัทชั้นนำ กองทุนรวมดัชนี หรือ ETF
- สำหรับผู้เริ่มต้น การลงทุนในกองทุนรวมดัชนีอาจเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าและครอบคลุมตลาดในวงกว้าง
- กำหนดงบประมาณในการลงทุน
- ประเมินความสามารถทางการเงินและกำหนดเงินลงทุนที่เหมาะสม เช่น 5,000 บาทต่อเดือน หรือ 10% ของรายได้ประจำ
- อย่าลงทุนเกินกว่าที่จะรับความเสี่ยงได้ และควรเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้เสมอ
- กำหนดความถี่ในการลงทุน
- ตัดสินใจว่าจะลงทุนทุกเดือน ทุกสองสัปดาห์ หรือทุกไตรมาส
- หากคุณมีรายได้สม่ำเสมอ การลงทุนรายเดือนอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
- ตรวจสอบและปรับแผนอย่างสม่ำเสมอ
- แม้ว่า DCA จะเน้นความสม่ำเสมอ แต่ควรตรวจสอบพอร์ตการลงทุนทุก 6 เดือนหรือทุกปี เพื่อให้แน่ใจว่าสินทรัพย์ที่เลือกยังคงเหมาะสมกับเป้าหมาย
เงิน 1,000 บาท DCA หุ้นตัวไหนดี? เผยตัวอย่างหุ้นน่าสนใจ ปี 2568
หลักการเลือกหุ้นสำหรับ DCA: เน้นพื้นฐานดี มีโอกาสเติบโต
สำหรับมือใหม่ที่มีงบจำกัดและมีเป้าหมายระยะยาว การมองหาหุ้นของบริษัทที่แข็งแกร่งระดับโลก และเราคุ้นเคยกันดี โดยมีหลักการง่ายๆ คือ:
- เป็นบริษัทที่เราเข้าใจธุรกิจของเขา (เช่น เราใช้บริการเขาทุกวัน)
- เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ
- มีงบการเงินที่แข็งแกร่ง เติบโตสม่ำเสมอ
- มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี

กลุ่มที่ 1: หุ้นเติบโต (Growth Stocks) – เปิดโอกาสสร้างพอร์ตโตไวในตลาดโลก
หุ้นกลุ่มนี้อาจจะไม่เน้นเรื่องปันผลมากนัก แต่บริษัทจะนำกำไรไปลงทุนต่อเพื่อสร้างการเติบโตที่สูงขึ้นในอนาคต ทำให้มูลค่าของหุ้น (และพอร์ตของเรา) มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด เหมาะสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้สูงขึ้นและมีเป้าหมายการลงทุนระยะยาวมากๆ ครับ
หุ้นเติบโตในตลาดสหรัฐฯ ที่นักลงทุนทั่วโลกนิยม DCA กันก็ได้แก่:
- Apple (AAPL): พี่ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยี เจ้าของ iPhone, MacBook และสารพัด Gadget ที่เราคุ้นเคยกันดี การลงทุนใน Apple ก็เหมือนกับการเชื่อมั่นในแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีสาวกอยู่ทั่วโลกครับ
- Microsoft (MSFT): ไม่ได้มีดีแค่ Windows หรือโปรแกรม Office แต่ Microsoft คือยักษ์ใหญ่ในโลก Cloud Computing (Azure) และ AI ที่กำลังเติบโตอย่างมหาศาล
- Amazon (AMZN): เจ้าพ่อแห่งวงการ E-commerce ที่เปลี่ยนพฤติกรรมการช้อปปิ้งของคนทั้งโลก นอกจากนี้ยังมีธุรกิจ Cloud Service (AWS) ที่เป็นเบอร์หนึ่งและทำกำไรมหาศาล
- Nvidia (NVDA): หัวใจสำคัญของเทคโนโลยี AI และวงการเกม การ์ดจอ (GPU) ของ Nvidia คือชิปประมวลผลที่บริษัทเทคฯ ทั่วโลกต่างต้องการตัว เพื่อนำไปพัฒนา AI ให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น
- Alphabet (GOOGL): บริษัทแม่ของ Google, YouTube และ Android พูดง่ายๆ คือเป็นเจ้าของประตูสู่โลกอินเทอร์เน็ตที่คนส่วนใหญ่ใช้งานกันทุกวันนั่นเองครับ
การลงทุนในหุ้นต่างประเทศต้องศึกษากฎระเบียบและช่องทางการลงทุนของแต่ละประเทศเพื่อให้เข้าใจความแตกต่างและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน

กลุ่มที่ 2: กองทุนรวมดัชนี (Index Fund/ETF) – กระจายความเสี่ยง ไม่ต้องเลือกหุ้นเอง
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะ ลงทุนอะไรดี 1000 บาท หรือไม่อยากกังวลกับการเลือกหุ้นรายตัว ETF คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ!
ETF ย่อมาจาก Exchange Traded Fund คือ กองทุนรวมชนิดหนึ่ง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ซื้อขายได้สะดวกเสมือนหุ้น ซึ่งเป็นวิธีการลงทุนที่ง่าย และมีต้นทุนต่ำกว่ากองทุนชนิดอื่น
กองทุน ETF จะรวมลักษณะเด่นต่าง ๆ ของกองทุนรวมทั่วไปและหุ้นเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้นักลงทุนสามารถได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงเหมือนกองทุนรวม แต่มีความคล่องตัวในการซื้อขายเหมือนหุ้น
การซื้อ ETF ที่อ้างอิงดัชนีใหญ่ๆ 1 หน่วย ก็เหมือนกับเราได้เป็นเจ้าของหุ้นของบริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกาทั้งตะกร้าในครั้งเดียว! เป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดีเยี่ยมและใช้เงินน้อยมาก เหมาะสำหรับมือใหม่ที่สุดครับ ตัวอย่าง ETF ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เช่น:
- Vanguard S&P 500 ETF (VOO): บริหารโดย Vanguard ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากๆ เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนระยะยาวทั่วโลกที่ต้องการลงทุนในบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 500 แห่งของอเมริกา
- SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY): เป็น ETF กองแรกของโลกและมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูงที่สุด เปรียบเสมือน “พี่ใหญ่” ของวงการ ETF ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนล้อไปกับ 500 บริษัทชั้นนำเช่นกัน
- Invesco QQQ Trust (QQQ): ตัวนี้จะแตกต่างหน่อยครับ เพราะจะเน้นลงทุนในบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหลัก โดยอ้างอิงดัชนี Nasdaq-100 ถ้า VOO/SPY คือการซื้อหุ้นใหญ่ 500 บริษัท QQQ ก็เหมือนการซื้อหุ้นเทคฯ ชั้นนำ 100 บริษัทเน้นๆ เหมาะกับคนที่เชื่อมั่นในพลังของเทคโนโลยีและอยากได้โอกาสเติบโตที่สูงขึ้นครับ
นอกจากนี้ ETF หรือกองทุนรวมในไทยก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยสามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไทยและเหมาะกับนักลงทุนไทยโดยเฉพาะ
สรุปง่ายๆ สำหรับการตัดสินใจ:
- ถ้าคุณเชื่อมั่นในเทคโนโลยีและเน้นการเติบโตระยะยาว: ลองศึกษาหุ้นอย่าง Apple, Microsoft, Amazon, Nvidia, Alphabet
- ถ้าอยากกระจายความเสี่ยงแบบครอบคลุม ปลอดภัย: ลองดู VOO หรือ SPY (เหมือนซื้อหุ้นใหญ่ 500 บริษัท)
- ถ้าใจรักเทคโนโลยีและอยากเน้นการเติบโตเป็นพิเศษ: ต้องมอง QQQ (เหมือนซื้อหุ้นเทคฯ ชั้นนำ 100 บริษัท)
การDCA เดือนละ 1,000 บาท ในหุ้นหรือ ETF เหล่านี้ เป็นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการลงทุนระยะยาวและสร้างพอร์ตการลงทุนที่มั่นคงให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลก
การจัดการความเสี่ยงสำหรับนักลงทุน DCA มือใหม่
การลงทุนแบบDCA หรือ Dollar-Cost Averagingเป็นวิธีการออมหุ้นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักลงทุนมือใหม่ เพราะช่วยให้เราสามารถลงทุนในหุ้นได้อย่างต่อเนื่องทุกเดือน ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ราคา หุ้นสูงหรือต่ำ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง แต่การลงทุนในหุ้นก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
สำหรับนักลงทุน DCA มือใหม่ การจัดการความเสี่ยงถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะตลาดหุ้นมีความผันผวนและอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ตลอดเวลา เช่น ราคาหุ้นตกแรงจากข่าวร้าย หรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หากเราไม่มีแผนรับมือ อาจทำให้เกิดความกังวลและตัดสินใจผิดพลาดได้
วิธีจัดการความเสี่ยงสำหรับการลงทุนแบบ DCA ที่แนะนำ ได้แก่
- กระจายการลงทุนในหุ้นหลายตัว: อย่าทุ่มเงินทั้งหมดกับหุ้นเพียงตัวเดียว ควรเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดีในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน หรือเลือกลงทุนใน กองทุนรวม ที่มีการกระจายความเสี่ยงในตัวเองอยู่แล้ว
- เลือกหุ้นหรือกองทุนที่มีความมั่นคง: สำหรับมือใหม่ ควรเน้นหุ้นที่มีความมั่นคงทางธุรกิจ หรือกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และมีประวัติผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
- ลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกเดือน: การลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน จะช่วยให้ต้นทุนเฉลี่ยของเราลดลงในระยะยาว และลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา หุ้นในแต่ละช่วงเวลา
- ตั้งเป้าหมายและวางแผนการลงทุนระยะยาว: การลงทุนในหุ้นควรมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น เพื่อเกษียณ หรือสร้างความมั่งคั่งในอนาคต และควรยึดมั่นในแผนการลงทุน แม้ตลาดจะผันผวนในบางช่วง
การลงทุนแบบ DCA ในหุ้นหรือกองทุนรวมที่มีความมั่นคงและกระจายความเสี่ยง จะช่วยให้นักลงทุนมือใหม่สามารถออม หุ้นได้อย่างมั่นใจ และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แม้จะต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดหุ้นก็ตาม

[Case Study] จำลองพอร์ต DCA 1,000 บาท/เดือน 5 ปี พอร์ตจะโตแค่ไหน?
เพื่อให้เห็นภาพพลังของการ DCA ชัดขึ้น นี่คือ ตารางออมหุ้น จำลองขึ้นมา 2 แบบ โดยสมมติว่าเราเริ่มลงทุนเดือนละ 1,000 บาท เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
* ตารางนี้เป็นเพียงการจำลองจากผลตอบแทนสมมติ การลงทุนจริงมีความเสี่ยงและอาจขาดทุนได้
ตัวอย่างพอร์ต A: เน้นหุ้นปันผลมั่นคง (สมมติผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี)
| ปีที่ | เงินต้นสะสม | มูลค่าพอร์ต (โดยประมาณ) |
| 1 | 12,000 | 12,400 |
| 2 | 24,000 | 25,800 |
| 3 | 36,000 | 40,500 |
| 4 | 48,000 | 56,700 |
| 5 | 60,000 | 74,800 |
ตัวอย่างพอร์ต B: เน้น ETF กระจายความเสี่ยง (สมมติผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี)
| ปีที่ | เงินต้นสะสม | มูลค่าพอร์ต (โดยประมาณ) |
| 1 | 12,000 | 12,600 |
| 2 | 24,000 | 26,800 |
| 3 | 36,000 | 43,000 |
| 4 | 48,000 | 61,800 |
| 5 | 60,000 | 83,500 |
เห็นไหมครับว่าแค่ลงทุนสม่ำเสมอ เงินต้น 60,000 บาทของเราก็สามารถงอกเงยขึ้นมาได้ นี่แหละครับคือ ผลตอบแทน DCA และพลังของดอกเบี้ยทบต้น!
การดูแลพอร์ตการลงทุน: เทคนิคติดตามและปรับพอร์ตให้โตต่อเนื่อง
การลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมแบบ DCA จะได้ผลดีที่สุดเมื่อเราดูแลและติดตามพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ลงทุนแล้วปล่อยทิ้งไว้ เพราะสถานการณ์ตลาดและเป้าหมายของเราอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
เทคนิคดูแลพอร์ตการลงทุนที่นักลงทุนควรนำไปใช้ ได้แก่
- ตรวจสอบผลการดำเนินงานเป็นประจำ: ควรเช็กผลตอบแทนของหุ้นหรือกองทุนรวมที่ลงทุนอยู่ทุก 6 เดือนหรือทุกปี เพื่อดูว่าพอร์ตของเรายังสอดคล้องกับเป้าหมายหรือไม่
- วิเคราะห์ความเสี่ยงและผลตอบแทน: ประเมินว่าพอร์ตของเรามีความเสี่ยงมากเกินไปหรือไม่ และผลตอบแทนที่ได้รับเป็นไปตามที่คาดหวังหรือเปล่า หากพบว่ามีหุ้นหรือกองทุนที่ผลการดำเนินงานไม่ดีต่อเนื่อง อาจพิจารณาปรับเปลี่ยน
- ปรับพอร์ตให้เหมาะสม: หากสัดส่วนการลงทุนในหุ้นบางตัวหรือกองทุนรวมเปลี่ยนไปจากแผนเดิม (เช่น หุ้นบางตัวโตเร็วมากจนมีน้ำหนักเกิน) ควรปรับพอร์ตโดยขายบางส่วนและนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง
- กระจายการลงทุน: ลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมที่มีลักษณะและความเสี่ยงแตกต่างกัน จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
การดูแลพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่องและมีวินัย จะช่วยให้นักลงทุนสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดหุ้นได้ดีขึ้น และมีโอกาสบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
DCA หุ้น กับ กองทุนรวม ต่างกันอย่างไร?
- เข้าใจง่ายๆ คือ DCA หุ้น เราเลือกเป็นเจ้าของบริษัทที่เราชอบโดยตรงแค่ไม่กี่บริษัท แต่ DCA กองทุนรวม เราให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพเลือกลงทุนในหุ้นหลายสิบหรือหลายร้อยบริษัทให้เรา (เหมือนซื้อตะกร้าหุ้น) ซึ่งจะกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าครับ
เงิน 1,000 บาท ควร DCA หุ้นตัวเดียวหรือหลายตัว?
- สำหรับเงินลงทุน 1,000 บาทต่อเดือน แนะนำให้เริ่มต้นด้วยหุ้น หรือ ETF เพียง 1-2 ตัวก่อน ครับ เพื่อให้เงินลงทุนของเรามีนัยสำคัญและไม่ถูกค่าธรรมเนียมยิบย่อยรบกวนมากเกินไป เมื่อเรามีเงินลงทุนต่อเดือนมากขึ้น ค่อยพิจารณาเพิ่มจำนวนตัวในอนาคตครับ
ต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะเริ่ม DCA ได้?
- ปัจจุบันโบรกเกอร์หลายแห่งอนุญาตให้เราเริ่มต้น DCA ได้ด้วยเงินเพียง 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้นครับ บางที่อาจจะน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ ลองตรวจสอบโปรโมชั่นของแต่ละโบรกเกอร์ดูได้เลย
สามารถหยุด DCA หรือขายหุ้นระหว่างทางได้หรือไม่?
- การ DCA มีความยืดหยุ่นสูง เราสามารถหยุดพักการลงทุนชั่วคราว หรือขายหุ้นออกมาเมื่อต้องการใช้เงินได้ตลอดเวลา แต่หัวใจสำคัญของการ DCA คือการลงทุนอย่างสม่ำเสมอในระยะยาวเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดครับ
ลงทุนแบบ DCA กับ ฟิลลิปแคปปิตอล มีมาร์หุ้นพร้อมให้คำปรึกษาเพื่อคุณ
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนแบบ DCA เดือนละ 1000 บาทให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุน สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในเครือ PhillipCapital จากสิงคโปร์ ที่มีประสบการณ์ด้านการเงินระดับโลกยาวนานกว่า 50 ปี และดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 27 ปี ทีมงานมาร์หุ้นผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยคุณออกแบบการลงทุนแบบ DCA พร้อมช่วยเลือกหุ้น กองทุน หรือสินทรัพย์ให้ตรงกับเป้าหมายของคุณมากที่สุด เพื่อให้คุณสามารถลงทุนได้อย่างสบายใจ
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่เบอร์
02-153-9221 หรือ LINE Official: @phillipdc
