Table of Content

บทนำ

CME Group คืออะไร? รู้จักตลาดอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก — ศูนย์กลางที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ในการบริหารความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการลงทุน

Phillip

3 min read

  • 20 DEC 2025
  • Table of Content

    บทนำ

    รู้จักตลาดอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

    ค้นพบโอกาสในการลงทุนระดับโลกกับ โบรกเกอร์ที่เชี่ยวชาญในตลาด CME 

    พร้อมสิทธิพิเศษและบริการครบวงจรสำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการเริ่มต้นเทรดฟิวเจอร์ส

    เมื่อพูดถึงตลาดการเงินสหรัฐฯ ชื่อของ NYSE หรือ Nasdaq มักจะเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของ ตลาดหุ้น แต่ในอีกมิติหนึ่งของโลกการเงินอย่าง ตลาดอนุพันธ์ (Derivatives Market) มีผู้เล่นยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลไม่แพ้กัน นั่นคือ CME Group (Chicago Mercantile Exchange Group)

    CME Group คือ “ศูนย์กลาง” ของ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures)และ ออปชัน (Options) ที่นักลงทุนและสถาบันทั่วโลกต่างใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทน ทำให้ที่นี่กลายเป็นตลาดอนุพันธ์ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลกอย่างแท้จริง

    CME Group เป็นตลาดชั้นนำที่ผู้ลงทุนจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ ที่ผู้ลงทุนใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการเก็งกำไรในสินค้าอ้างอิงและสินทรัพย์อ้างอิงต่าง ๆ เช่น หุ้น ทองคำ หรืออัตราแลกเปลี่ยน ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในอนุพันธ์เหล่านี้มีอัตราสูงและก็จะมีโอกาสทำกำไรทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง

    CME Group จึงถือเป็น “บ้าน” ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและออปชัน ที่นักลงทุนและสถาบันทั่วโลกใช้ในการบริหารความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการลงทุน จนกลายเป็นตลาดอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นศูนย์กลางที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเงินโลกอย่างแท้จริง

    ประเด็นสำคัญสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา (Key Takeaways)

    • CME Group คืออะไร: ตลาดซื้อขายอนุพันธ์ชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา
    • ซื้อขายอะไรบ้าง: สินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ดัชนีหุ้น (S&P 500), สินค้าโภคภัณฑ์ (ทองคำ, น้ำมัน), อัตราดอกเบี้ย, ค่าเงิน ไปจนถึงสินค้าเกษตร โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีทั้งสินค้าอ้างอิงและสินทรัพย์อ้างอิงที่หลากหลาย รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน
    • ตลาดต่างประเทศและปริมาณการซื้อขาย: ตลาด CME Group เปิดให้ซื้อขายตราสารอนุพันธ์จากต่างประเทศ (Global Futures) ตลอด 24 ชั่วโมง และมีปริมาณการซื้อขายสูง สะท้อนถึงความนิยมและความน่าเชื่อถือในระดับโลก
    • สำคัญอย่างไร: เป็นศูนย์กลางชั้นนำที่สร้างสภาพคล่อง, กำหนดราคากลาง (Benchmark Price) และเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจโลก

    เหมาะกับใคร: นักลงทุนทุกระดับ ตั้งแต่สถาบันขนาดใหญ่ไปจนถึงนักลงทุนรายย่อย ผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง Micro E-mini Futures

    จากตลาดเนยและไข่ สู่ยักษ์ใหญ่การเงินโลก: 

    จุดเริ่มต้น พัฒนาการ และ ประวัติศาสตร์ CME Group

    cme market.jpg
    • ปี 1898 – จุดเริ่มต้น: ก่อตั้งในชื่อ “Chicago Butter and Egg Board” ตลาดกลางซื้อขายสินค้าเกษตรเพื่อสร้างราคามาตรฐานและลดความเสี่ยงด้านราคาให้เกษตรกร โดยการซื้อและขายสินค้าอ้างอิงในตลาด CME Group จะเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของราคาสินค้า ทำให้เกษตรกรและผู้ค้าสามารถวางแผนธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น
    • ปี 1919 – ก้าวสู่ CME: เปลี่ยนชื่อเป็น Chicago Mercantile Exchange (CME) และขยายการซื้อขายไปสู่สินค้าเกษตรหลากหลายชนิด เช่น เนื้อหมู, เนื้อวัว, ข้าวโพด และถั่วเหลือง ที่ผู้ซื้อและผู้ขายทำสัญญาซื้อขายสินค้าอ้างอิงตามราคาตลาด
    • ทศวรรษ 1960-1970 – การบุกเบิก Financial Futures
      CME เป็นตลาดแรกที่นำ สัญญาฟิวเจอร์สทางการเงิน เข้ามา เช่น Futures บนค่าเงิน (Currency Futures) ที่เปิดตัวในปี 1972 ซึ่งถือว่า ปฏิวัติตลาดการเงินโลก เพราะก่อนหน้านั้น Futures มีเฉพาะในสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์
    • ทศวรรษ 1980 – Equity Index Futures และ Eurodollar Futures CME เปิดตัว S&P 500 Futures (1982) ซึ่งเป็นดัชนีฟิวเจอร์สที่ใหญ่และมีอิทธิพลที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้ง Eurodollar Futures ที่กลายเป็นหนึ่งในสัญญาที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลก
    • ทศวรรษ 1990 – ยุคซื้อขายแบบอิเล็กทรอนิกส์: CME เปิดตัว CME Globex (1992) ระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์แบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโฉมหน้าการซื้อขายอนุพันธ์จาก “Trading Floor” (ซื้อขายแบบตะโกน/hand signals) ไปสู่ “Online Trading” อย่างเต็มรูปแบบ
    • ปี 2000–2002 – เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์
      CME เป็นตลาดอนุพันธ์แห่งแรกในสหรัฐฯ ที่ IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq (2002) กลายเป็นบริษัทมหาชนเต็มตัว
    • ปี 2007 – ควบรวม CBOT
      CME ควบรวมกับ Chicago Board of Trade (CBOT) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1848 ทำให้ CME Group กลายเป็นผู้ครองตลาด Futures ที่ใหญ่ที่สุด
    • ปี 2008 – ควบรวม NYMEX และ COMEX
      CME Group ซื้อกิจการ New York Mercantile Exchange (NYMEX) และ Commodity Exchange Inc. (COMEX) ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน (น้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ) และโลหะมีค่า (ทองคำ, เงิน, ทองแดง) มาอยู่ในพอร์ต
    • ทศวรรษ 2010 – การขยายบริการและนวัตกรรม
      CME Group เปิดตัว Micro E-mini Futures (2019) เช่น Micro E-mini S&P 500 และ Micro Gold เพื่อรองรับนักลงทุนรายย่อยทั่วโลก
    • ปัจจุบัน – CME Group เป็น ตลาดอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมทุกสินทรัพย์หลัก ตั้งแต่ดอกเบี้ย, หุ้น, ค่าเงิน, สินค้าโภคภัณฑ์ ไปจนถึงดัชนีความผันผวน และยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในตลาดการเงินโลก
    CME group market building.jpg

    CME Group ซื้อขายอะไร? เจาะลึกผลิตภัณฑ์หลักที่นักลงทุนต้องรู้

    CME Group มีผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมสินทรัพย์อ้างอิงและสินค้าอ้างอิงชั้นนำเกือบทุกประเภทจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ลงทุนทั่วโลก ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนหรือบริหารความเสี่ยงได้อย่างตรงจุด โดยแต่ละผลิตภัณฑ์ก็จะมีอัตราผลตอบแทนและโอกาสทำกำไรที่แตกต่างกันเป็นไปตามกลยุทธ์ของผู้ลงทุน

    • ดัชนีหุ้น (Equity Index): สินค้ายอดนิยมที่สุด เช่น S&P 500 Futures, Nasdaq-100 Futures, และ Dow Jones Futures 
    • สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities): ทองคำ, เงิน, ทองแดง, น้ำมันดิบ (WTI), ก๊าซธรรมชาติ
    • อัตราดอกเบี้ย (Interest Rates): ผลิตภัณฑ์ที่ใช้คาดการณ์ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ เช่น US Treasury Futures
    • ค่าเงิน (FX / Forex): สัญญา Futures ของสกุลเงินหลักทั่วโลก เช่น EUR/USD, JPY/USD, GBP/USD 
    • สินค้าเกษตร (Agricultural): สินค้าดั้งเดิมของตลาดฯ เช่น ข้าวสาลี, ข้าวโพด, ถั่วเหลือง, เนื้อหมู, เนื้อวัว 
    • สัญญาขนาดเล็ก (Micro Contracts): ออกแบบมาเพื่อนักลงทุนรายย่อยโดยเฉพาะ ทำให้สามารถ ลงทุน Futures ได้ด้วยเงินทุนไม่สูง เช่น Micro E-mini S&P 500 และ Micro Gold ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถซื้อและขายสัญญาเหล่านี้เพื่อเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    golden-abacus-with-chinese-rmb-gold-coins-as-background.jpg

    บริการและเครื่องมือสำคัญของ CME Group

    บริการหลักของ CME Group

    1. ตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Futures Market)

    CME Group เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกเข้ามาซื้อขาย Futures Contracts ครอบคลุมสินทรัพย์เกือบทุกประเภท ตั้งแต่สินค้าเกษตร, โลหะมีค่า, พลังงาน ไปจนถึงอัตราดอกเบี้ยและดัชนีหุ้น โดยมีจุดเด่นคือ สภาพคล่องสูง และ สามารรถเข้าถึงทั่วโลก ทำให้ CME Group เป็นศูนย์กลางการซื้อขายฟิวเจอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    2. ตลาดออปชัน (Options Market)

    CME Group เป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Options Trading โดยมีทั้ง Options บน Futures และ Options ในสินค้าต่าง ๆ เช่น ทองคำ, น้ำมันดิบ, ค่าเงิน และดัชนีหุ้น จุดเด่นคือสามารถใช้ในการ ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และสร้าง กลยุทธ์ทำกำไรที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนรายใหญ่และรายย่อย

    3. บริการข้อมูลตลาด (Market Data Services)

    CME Group ให้บริการ ข้อมูลราคาแบบเรียลไทม์, Historical Data, และ Analytics ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจลงทุน โดยทั้งนักเทรด, นักลงทุนสถาบัน และสื่อการเงินต่างพึ่งพาข้อมูลจาก CME เพื่อประเมินสภาพตลาดและความเคลื่อนไหวของราคา

    4. เทคโนโลยีการซื้อขาย (CME Globex)

    แพลตฟอร์ม CME Globex คือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้สามารถซื้อขาย Futures และ Options ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ เชื่อมต่อนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลก ข้อดีคือ ความรวดเร็ว, โปร่งใส และเข้าถึงได้ทุกเวลา ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ทำให้ CME Group เป็น Global Exchange จริง ๆ

    5. Clearing Services (การหักกลบและชำระราคา)

    CME Group มี CME Clearing ที่ทำหน้าที่เป็น ตัวกลางในการประกันความเสี่ยงของธุรกรรม ทุกสัญญาซื้อขายจะถูกชำระผ่านระบบนี้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิต (Counterparty Risk) และสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมตลาดทั่วโลก

    6. เครื่องมือสำหรับนักลงทุน (Investor Tools)

    นอกจากการซื้อขายจริง CME Group ยังพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์เพื่อช่วยนักลงทุน เช่น:

    • CME FedWatch Tool – ใช้ข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สเพื่อคาดการณ์ว่า การประชุม Fed ครั้งถัดไป จะปรับขึ้นหรือลดดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์ กลายเป็นหนึ่งในดัชนีอ้างอิงที่สื่อและนักวิเคราะห์ใช้กันทั่วโลก
    • CME Volatility Index (CVOL) – ดัชนีวัดความผันผวนที่สะท้อนจากตลาดออปชัน ช่วยให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น
    • Education & Research Hub – CME Group จัดทำบทความ, Webinar, และคอร์สออนไลน์ เพื่อช่วยนักลงทุนทั้งมือใหม่และมืออาชีพเข้าใจการใช้งานอนุพันธ์ได้มากขึ้น

    วิธีการซื้อขายล่วงหน้าใน CME Group

    การเริ่มต้นซื้อขายล่วงหน้าใน CME Group นั้น นักลงทุนนิยมใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายที่ทันสมัยและปลอดภัยเช่น Phillip Nova เพื่อเปิดบัญชีและเข้าสู่กระบวนการซื้อขายล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ 

    ขั้นตอนแรกคือการเปิดบัญชีซื้อขายกับโบรกเกอร์ จากนั้นนักลงทุนจะต้องวางหลักประกันตามที่กำหนด เพื่อเป็นการค้ำประกันความเสี่ยงในตลาด

    การซื้อขายล่วงหน้าใน CME Group เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่นในการลงทุน สามารถปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด และใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมืออาชีพ

    multi-exposure-businessman-hand-with-pen-working-with-virtual-creative-financial-chart-hologram-blurred-office-background-research-analytics-concept.jpg

    สรุป: ทำไม CME Group จึงสำคัญต่อนักลงทุน?

    CME Group ไม่เพียงเป็นตลาดซื้อขายอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่ทำให้ตลาดอนุพันธ์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดกว่า 100 ปีที่ผ่านมา CME Group ได้สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และเครื่องมือวิเคราะห์ต่างๆ เพื่อให้นักลงทุนทั้งสถาบันและรายย่อยสามารถเข้าถึงเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและการลงทุนได้อย่างทั่วถึง ปัจจุบัน CME Group จึงถือเป็น “หัวใจ” ของตลาดอนุพันธ์โลกที่ขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ

    เริ่มต้นเทรดฟิวเจอร์ต่างประเทศแบบไร้กังวล ทำกำไรให้เต็มที่ ด้วย โปรฯ “ฟรีค่าโอนออก”ก่อน 11.30 ทุกวันทำการ กับ PhillipCapital

    เลือกเทรดกับ PhillipCapital โบรกเกอร์ระดับโลกจากสิงคโปร์ที่เข้าใจนักลงทุนไทยที่สุด พร้อมบริการ 24/5 ปรึกษาพูดคุยกับมาร์หุ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ

    เปิดบัญชีวันนี้ เพื่อรับสิทธิ์โปรโมชั่นสุดพิเศษ  ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินออก จากบัญชีซื้อขายต่างประเทศของคุณ เพื่อให้เทรดฟิวเจอร์ต่างประเทศของคุณ “คุ้มค่าและคล่องตัวที่สุด” ทำกำไรได้เต็มที่ ไร้กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง

    • ✅ ฟรีทุกสกุลเงิน: ไม่ว่าจะเป็น USD, JPY หรือสกุลเงินอื่นๆ ก็ไม่มีค่าธรรมเนียมการโอนออก 
    • ✅ ฟรีทุกวันทำการ: สามารถทำรายการได้ตลอดสัปดาห์ (จันทร์ – ศุกร์)
    • ✅ เพิ่มสภาพคล่องให้พอร์ต: ช่วยให้คุณบริหารจัดการเงินทุนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

    เพียงทำรายการโอนเงินออกจากบัญชีซื้อขายฟิวเจอร์สต่างประเทศ ในช่วงเช้า ก่อนเวลา 11:30 น.

    พบกับความคุ้มค่า 2 ต่อ ด้วยค่าคอมมิชชั่นสุดคุ้ม!

    🔹 สัญญา Micro: เทรดสบายๆ เพียง $1.9 (Micro S&P500, Micro Nasdaq, Micro Gold)

    🔹 สัญญา Standard:  เริ่มต้นเพียง $8/Lot (E-MINI S&P500, Gold Standard)

    AW-Global-01-2400_960.jpg

    ปรึกษาพูดคุยกับมาร์หุ้น ผู้เชี่ยวชาญ และเปิดบัญชีเพื่อรับสิทธิ์โปรโมชั่นสุดพิเศษนี้ได้ทันที!

    เว็บไซต์: www.phillip.co.th

    เขียนและเรียบเรียง: ศิณรุต เจริญสุข

    ผู้แนะนำการลงทุน แผนกตลาดต่างประเทศ (Global Market)

    รูปภาพอ้างอิง:
    1.https://www.google.com/url?sa=i&url=https%3A%2F%2Fwww.ft.com%2Fcontent%2Fc05613d0-601d-42a6-a191-18788549970b&psig=AOvVaw3DUsQ5XrDnR8xcUPfzXsqw&ust=1758275857730000&source=images&cd=vfe&opi=89978449&ved=0CBUQjRxqFwoTCPDeyqmI4o8DFQAAAAAdAAAAABAE

    2.https://www.google.com/url?sa=i&url=https%3A%2F%2Fwww.cmegroup.com%2Fstories%2F&psig=AOvVaw1A7HRx3pjASDRVK0ShMoxu&ust=1758268832677000&source=images&cd=vfe&opi=89978449&ved=0CBUQjRxqFwoTCJDOhpbu4Y8DFQAAAAAdAAAAABA7

    ข้อมูลอ้างอิง:
    1. https://en.wikipedia.org/wiki/CME_Group
    2. https://www.cmegroup.com/stories/
    3. https://www.cmegroup.com/company/about-us.html

    TAGS: